การออกแบบบ้านในเขตร้อน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้บ้าน "หายใจได้" การเข้าใจหลักการ วิธีเพิ่มการไหลเวียนอากาศด้วยการออกแบบช่องลม ไม่เพียงแต่ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน แต่ยังช่วยประหยัดค่าไฟและสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยด้วยครับ
1. หลักการช่องลมเข้าและช่องลมออก (Inlet & Outlet)
การมีช่องลมเพียงด้านเดียวไม่เพียงพอต่อการระบายความร้อน ลมจะไหลเวียนได้ดีต้องมีเส้นทางให้ลมเข้าและลมออกที่ชัดเจน โดยขนาดของ ช่องลมออก (Outlet) ควรมีขนาดเท่ากับหรือใหญ่กว่า ช่องลมเข้า (Inlet) เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้อากาศไหลผ่านพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
2. การจัดวางตำแหน่งแบบ Cross Ventilation
เทคนิคการวางช่องลมให้อยู่ตรงข้ามกันหรือเยื้องเหร้องกันเล็กน้อย จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนอากาศแบบข้ามห้อง (Cross Ventilation) ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการไล่อากาศร้อนที่สะสมอยู่ตามมุมห้องออกไป
3. การใช้ปล่องระบายอากาศ (Stack Effect)
เนื่องจากอากาศร้อนจะลอยตัวสูงขึ้น การออกแบบให้มีช่องลมในระดับสูง หรือการทำโถงสูงพร้อมช่องระบายอากาศด้านบน จะช่วยดึงอากาศเย็นจากด้านล่างขึ้นมาแทนที่อากาศร้อน เป็นการระบายอากาศโดยธรรมชาติแม้ในวันที่ไม่มีลมพัด
4. การเลือกรูปแบบบานเกล็ดและช่องแสง
การเลือกใช้บานเกล็ด (Louvers) หรือบล็อกช่องลม นอกจากจะช่วยเรื่องความสวยงามแล้ว ยังสามารถกำหนดทิศทางลมให้พัดเข้าสู่จุดที่ต้องการได้ การติดตั้งระแนงไม้ในองศาที่เหมาะสมจะช่วยกรองแสงแดดแต่ยังยอมให้ลมผ่านได้ดี
- วางตำแหน่งช่องลมตามทิศทางลมประจำถิ่น (ทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)
- หลีกเลี่ยงการวางเฟอร์นิเจอร์ขวางทางลม
- ใช้ต้นไม้ช่วยดักลมและลดอุณหภูมิก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน
