การเก็บรักษาอาหารด้วยการ "อบแห้ง" เป็นภูมิปัญญาที่ช่วยยืดอายุอาหารได้นานขึ้น แต่หากเก็บรักษาไม่ถูกวิธี หรือบรรจุภัณฑ์รั่วซึม อาหารเหล่านี้อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึก วิธีตรวจสอบอาหารอบแห้ง อย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกมื้ออาหาร
1. การสังเกตด้วยสายตา (Visual Inspection)
สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจดูความผิดปกติภายนอก:
- จุดเชื้อรา: มองหาจุดสีขาว ดำ หรือเขียว หากพบเพียงจุดเดียว แนะนำให้ทิ้งทั้งหมด เพราะสปอร์เชื้อราอาจกระจายไปทั่วแล้ว
- สีที่เปลี่ยนไป: อาหารอบแห้งที่เสื่อมสภาพมักมีสีคล้ำลง หรือซีดจางกว่าปกติ
- สิ่งแปลกปลอม: ตรวจสอบว่ามีมอด แมลง หรือไข่แมลงปนเปื้อนอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์หรือไม่
2. การดมกลิ่น (Smell Test)
กลิ่นเป็นตัวบ่งชี้ชั้นดีถึงความสดใหม่:
- กลิ่นหืน: มักเกิดในอาหารที่มีไขมันสูง (เช่น ถั่วอบแห้ง) ซึ่งหมายความว่าไขมันเริ่มทำปฏิกิริยากับออกซิเจน
- กลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยว: เป็นสัญญาณของการสะสมความชื้นและการเติบโตของจุลินทรีย์
3. การสัมผัสเนื้อสัมผัส (Texture Check)
อาหารอบแห้งที่ดีควรมีความแห้งสนิท:
- ความชื้น: หากสัมผัสแล้วรู้สึกเหนียวมือ หรือมีความนิ่มเกินไป แสดงว่าอาหารดูดซับความชื้นเข้าไปแล้ว
- ความกรอบ: สำหรับของที่ควรกรอบ หากเริ่มเหนียวหรืออ่อนตัวลง ไม่ควรนำมาบริโภคโดยไม่ผ่านความร้อนสูงอีกครั้ง (หรือควรทิ้งหากมีกลิ่นร่วมด้วย)
4. ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และวันหมดอายุ
อย่าละเลยรายละเอียดบนฉลาก:
- รอยรั่ว: ถุงต้องไม่มีรูรั่ว หรือรอยฉีกขาดที่อากาศสามารถเข้าไปได้
- วันหมดอายุ (Expiry Date): ตรวจดูวันที่ระบุว่า "ควรบริโภคก่อน" (Best Before) หรือ "วันหมดอายุ" (EXP) เสมอ
เคล็ดลับเพิ่มเติม: ควรเก็บอาหารอบแห้งไว้ในภาชนะสุญญากาศ ในที่แห้งและเย็น เพื่อคงคุณภาพให้ยาวนานที่สุด
