การถนอมอาหารด้วยการอบแห้งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก แต่คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ "ควรเลือกซื้อเครื่องอบแห้งขนาดไหนดี?" หากเลือกเล็กไปก็อบไม่พอ หากใหญ่ไปก็เปลืองไฟและเสียพื้นที่ บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกขนาดที่ตอบโจทย์การใช้งานในบ้านได้อย่างแม่นยำครับ
1. ประเมินปริมาณวัตถุดิบ (Capacity)
หัวใจสำคัญของการเลือก เครื่องอบแห้ง คือปริมาณอาหารที่คุณต้องการแปรรูปในแต่ละครั้ง:
- ขนาดเล็ก (4-5 ชั้น): เหมาะสำหรับคอนโดหรือครอบครัวขนาดเล็ก (1-2 คน) ที่เน้นทำขนมทานเล่น หรืออบผลไม้เพียงเล็กน้อย
- ขนาดกลาง (6-10 ชั้น): ขนาดมาตรฐานสำหรับครอบครัว 3-4 คน เหมาะสำหรับสายสุขภาพที่ต้องการทำผลไม้อบแห้งหรือเนื้อแดดเดียวไว้ทานตลอดสัปดาห์
- ขนาดใหญ่ (12 ชั้นขึ้นไป): เหมาะสำหรับบ้านที่มีสวนผลไม้ หรือต้องการทำขายเป็นรายได้เสริม
2. ประเภทของถาดและทิศทางลม
นอกจากจำนวนชั้น พื้นที่ใช้สอยภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน:
- แบบถาดวางซ้อน (Stacked): มักมีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ แต่ความร้อนอาจไม่ทั่วถึงเท่าแบบตู้
- แบบตู้ (Box and Shelf): มักมีขนาดใหญ่กว่า ให้ลมร้อนสม่ำเสมอ เหมาะกับการอบวัตถุดิบชิ้นใหญ่
3. พื้นที่จัดวางในครัว
ก่อนตัดสินใจเลือก ขนาดเครื่องอบแห้ง อย่าลืมวัดพื้นที่เคาน์เตอร์ครัวของคุณ เครื่องขนาดใหญ่อาจต้องการพื้นที่ระบายความร้อนรอบข้างอย่างน้อย 10-15 เซนติเมตร เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน
สรุป: การเลือกขนาดที่พอดีจะช่วยให้คุณสนุกกับการถนอมอาหารและคุ้มค่ากับค่าไฟที่จ่ายไป หากคุณเป็นมือใหม่ การเริ่มต้นที่ขนาดกลาง (6 ชั้น) ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดครับ
