ในยุคที่ทั่วโลกกำลังมุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่สำหรับประเทศปากีสถาน โครงการ Neelum–Jhelum ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ Hydro power ที่ยิ่งใหญ่และใช้งบประมาณมหาศาล กลับต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่จนต้องสั่งปิดการทำงานกะทันหัน สร้างความตกตะลึงให้กับวงการพลังงานทั่วโลก
มหาโครงการ 969 เมกะวัตต์ กับวิกฤตอุโมงค์ถล่ม
โครงการ Neelum–Jhelum ถูกออกแบบมาให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใต้ดินที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 969 เมกะวัตต์ โดยมีกลไกสำคัญคือการเบี่ยงทิศทางน้ำจากแม่น้ำ Neelum ผ่านอุโมงค์ใต้ดินความยาวหลายกิโลเมตรเพื่อไปยังโรงไฟฟ้าใต้ดินในการหมุนเทอร์ไบน์ผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งคาดหวังว่าจะช่วยบรรเทาวิกฤตการขาดแคลนไฟฟ้าที่เรื้อรังของปากีสถานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดใช้งานได้ไม่นาน ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อโครงสร้างอุโมงค์ผันน้ำใต้ดินเกิดการร้าวและพังทลายลง (Tunnel Failures) ส่งผลให้ไม่สามารถส่งน้ำไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้ตามปกติ และบีบให้รัฐบาลต้องสั่งปิดโรงไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสายส่งไฟฟ้าของประเทศ และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์
บทเรียนราคาแพงของการพัฒนา Hydro power
ความล้มเหลวของโครงการ Neelum–Jhelum ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของอุบัติเหตุทางเทคนิค แต่เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับอุตสาหกรรม Hydro power ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเด็นการสำรวจทางธรณีวิทยาและการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทางธรณีแปรสัณฐานสูงอย่างเทือกเขาฮิมาลัย ต้องอาศัยความแม่นยำ แม่นยำในเรื่องการวิเคราะห์ชั้นหิน และการใช้วัสดุก่อสร้างที่ทนทานต่อแรงดันมหาศาล
สรุป
วิกฤตการณ์ Neelum–Jhelum เป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่า แม้ Hydro power จะเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่หากขาดการวางแผนทางวิศวกรรมที่รอบคอบและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี โครงการแห่งความหวังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็อาจเปลี่ยนเป็นวิกฤตทางพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งประเทศได้เช่นกัน
