หลายคนตัดสินใจลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพราะหวังว่าจะได้บอกลา "ค่าไฟ" แบบ 100% แต่เมื่อบิลค่าไฟเดือนแรกส่งมาถึงบ้าน กลับต้องตกใจที่ยังคงมียอดเงินที่ต้องชำระอยู่! เกิดอะไรขึ้นกันแน่? การติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้ผลจริง หรือเรากำลังเข้าใจอะไรผิดไป?
วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกสาเหตุที่แท้จริงว่า ทำไมติดโซลาร์เซลล์แล้วบิลค่าไฟยังคงตามมารังควาน พร้อมไขข้อข้องใจในการใช้งาน Solar tech ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์บ้านของคุณมากที่สุดครับ
1. คุณกำลังใช้ระบบ On-Grid ที่ยังพึ่งพาการไฟฟ้า
สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ บ้านส่วนใหญ่มักติดตั้งระบบ On-Grid (ระบบที่ยังเชื่อมต่อกับสายส่งของการไฟฟ้า) ระบบนี้จะผลิตไฟฟ้าได้ดีเฉพาะช่วงที่มีแสงแดดในเวลากลางวัน แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำหรือช่วงที่ไม่มีแดด ระบบจะสลับกลับไปดึงพลังงานจากการไฟฟ้ามาใช้โดยอัตโนมัติ ทำให้คุณยังคงมีค่าใช้จ่ายในส่วนของไฟฟ้าช่วงกลางคืนนั่นเอง
2. ขนาดของระบบไม่พอดีกับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
แม้ว่าเทคโนโลยี Solar tech ในปัจจุบันจะพัฒนาไปไกลและมีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานสูงขึ้นมาก แต่หากคุณเลือกขนาดระบบ (kWp) เล็กเกินไป ไม่สอดคล้องกับปริมาณการใช้ไฟจริงในบ้าน เช่น เปิดเครื่องปรับอากาศหลายเครื่องพร้อมกันในตอนกลางวัน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ก็จะไม่พอ และต้องดึงไฟจากการไฟฟ้าเข้ามาเสริมอยู่ดี
3. มีค่าบริการรายเดือนและค่าใช้จ่ายคงที่
ต่อให้ในเดือนนั้นคุณจะใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ได้เกือบ 100% แต่ตราบใดที่มิเตอร์ไฟของคุณยังเชื่อมต่ออยู่กับระบบการไฟฟ้า ก็จะมีค่าบริการรายเดือน ค่าธรรมเนียมการเชื่อมต่อ หรือค่า FT ตามเงื่อนไขของการไฟฟ้าอยู่เสมอ ทำให้ยอดบิลไม่กลายเป็น 0 บาทโดยสมบูรณ์
สรุป: ทำอย่างไรให้จ่ายค่าไฟน้อยที่สุด?
หากต้องการลดค่าไฟให้ได้มากที่สุด การเข้าใจหลักการทำงานของ Solar tech เป็นสิ่งสำคัญ คุณอาจพิจารณาติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานอย่างแบตเตอรี่ (Battery Storage) เพิ่มเติมเพื่อเก็บไฟไว้ใช้ตอนกลางคืน หรือปรับพฤติกรรมหันมารันเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ (เช่น ซักผ้า, ชาร์จรถ EV) ในช่วงกลางวันที่มีแดดจัด เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุดแล้วครับ
